รู้ไหม ? รถยนต์ รถกระบะรับจ้าง ควรเติมลมยาง เท่าไร

รู้ไหม ? รถยนต์ รถกระบะรับจ้าง ควรเติมลมยาง เท่าไร ยางรถยนต์นอกจากจะเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนพาเราไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว ยังเป็นตัวช่วยกันกระแทกระหว่างพื้นถนนและตัวโครงของรถยนต์อีกด้วย ซึ่งปริมาณแรงดันของลมยางรถยนต์ที่เหมาะสมจะช่วยเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานของยางอีกด้วย

ความดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์แต่ละประเภทนั้นสามารถตรวจสอบได้จากคู่มือประจำรถแต่โดยสภาพการใช้งานที่เป็นจริงอาจจะคลาดเคลื่อนไปได้บ้างขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งาน

สำหรับรถกระบะ ยางมาตรฐาน 15 นิ้ว

รถปิคอัพ ตามมาตรฐานให้สูบลมได้สูงสุด 65 ปอนด์/ตารางนิ้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วในปัจจุบัน ผู้ใช้มักมีการบรรทุกน้ำหนักมากเกินปกติ (OVERLOADED) จึงทำให้ต้องมีการเติมลมยางมากขึ้นกว่าปกติ ซึ่งเป็นสาเหตุอาจทำให้ยางมีอายุสั้นลง แต่โดยทั่วไปในการใช้งานในชีวิตประจำวัน แนะนำให้สูบลมยางดังนี้
– บรรทุกเบาหรือใช้งานทั่วไป (Hilux Revo) จะอยู่ระหว่าง 35-40 ปอนด์/ตารางนิ้ว
– บรรทุกหนักไม่เกิน 1 ตัน สูบลมประมาณ 65 ปอนด์/ตารางนิ้ว

สำหรับรถยนต์ขนาดเล็ก ขนาดกลางและรถยนต์อเนกประสงค์

รถเก๋งตามมาตรฐานให้สูบลมได้สูงสุด 36 ปอนด์/ตารางนิ้ว แต่หากเป็นสภาพการใช้งานธรรมดาๆ ในชีวิตประจำวัน ก็ไม่จำเป็นต้องสูบลมยางถึงระดับสูงสุด ควรเลือกเติมตามความเหมาะสมกับขนาดน้ำหนักของรถ ซึ่ง
– รถเก๋งขนาดเล็ก (Vios , Yaris) จะอยู่ระหว่าง 25-30 ปอนด์/ตารางนิ้ว
– รถเก๋งขนาดกลางถึงใหญ่ (Altis , Camry , Avaza , Innova , Sienta , Alphard , Fortuner) จะอยู่ระหว่าง 30-35 ปอนด์/ตารางนิ้ว

ทำไมถึงต้องเติมลมยางให้อยู่ในระดับเหมาะสม?

เติมลมยางมากเกินไป
– ข้อดี ประหยัดน้ำมัน (แต่น้อยมาก)
– ข้อเสีย ดอกยางบริเวณกลางสึกกว่าด้านข้าง ส่งผลให้อายุการใช้งานเพราะยางยึดติดถนนลดลง ควบคุมการทรงตัวยากและมีความแข็งกระด้างและสะเทือนช่วงล่างมากกว่าปกติ

เติมลมยางน้อยเกินไป
ข้อดี ความรู้สึกนุ่มนวลตอนขับขี่ สามารถวิ่งผ่านน้ำหรือทรายได้ดี
ข้อเสีย ยางสึกหรอเยอะ โดยเฉพาะดอกยางบริเวณไหล่ยางจะสึกเร็วกว่าบริเวณกลางของยาง เปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าปกติเพราะใช้แรงเสียดทานมาก รถมีการทรงตัวบนถนนไม่ดี ระบบเลี้ยวทำงานหนัก

ข้อคำนึงของการเติมลมยาง

– ถ้าพวงมาลัยหนักเกินไป แสดงว่ายางอ่อนเกินไป ให้เติมเพิ่ม 2-3 psi
– ขับแล้วรู้สึกว่ารถแข็งกระด้าง แสดงว่ายางแข็งเกินไป ให้ลดลง 2-3 psi
– เช็คลมยาง เดือนละ 1 ครั้ง ควรเช็คในขณะรถเย็น หรือระยะห่างจากบ้านไม่ควรเกิน 1.5 กิโลเมตร
– หากต้องเดินทางไกล ควรเติมลมยางให้มากกว่าปกติ 2-3 psi

ลมยางไนโตรเจน

ลมยางไนโตรเจนนั้นเป็นอโลหะโดยมีสถานะเป็นแก๊ส โดยไนโตรเจนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชั้นบรรยากาศโลก ที่มีอยู่มากถึง 78% ซึ่งปกติแล้วไนโตรเจนจะ ไม่มีกลิ่น รส หรือสี ส่วนข้อดีของไนโตรเจนเมื่อนำมาเติมลมยางนั้นมีดังนี้

ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพตัวเอง ช่วยลดการระเบิดของยางรถยนต์ เพราะว่าไนโตรเจนเป็นแก๊สเฉื่อย จะมีการเคลื่อนที่ช้า ทำให้ไม่เกิดความร้อนสะสมและแรงดันของลมยางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการที่เกิดความร้อนสะสมของลมยางนั้นจะทำให้แรงดันในยางนั้นขยายตัวมากประกอบกับโครงสร้างของยางที่เสื่อมสภาพจึงทำให้เกิดการระเบิดขึ้นนั่นเอง

– ไม่ทำให้ล้อกระทะเป็นสนิม เพราะไนโตรเจนนั้นไม่มีส่วนประกอบของไอน้ำ หรือ H2O ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ล้อเป็นสนิม
– ทำให้การขับขี่นุ่มนวลขึ้นและลดเสียงดังจากรอยต่อตะเข็บของถนนได้
– ไม่ต้องตรวจเช็คลมยางบ่อยๆ เพราะไนโตรเจนมีขนาดอะตอมที่ใหญ่กว่าออกซิเจน ทำให้ไม่สามารถซึมผ่านออกไปทางพื้นผิวของยางได้
– ลมยางไนโตรเจนช่วยเรื่องในการประหยัดน้ำมันได้ เพราะจากผลการทดลองในอเมริกา การที่เติมลมยางไนโตรเจน จะทำให้อุณหภูมิของยางลดลงและส่งผลให้ลดแรงเสียดทานของหน้ายางกับถนนที่น้อยกว่าปกติ จึงทำให้ช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมัน

ข้อเสียของลมยางไนโตรเจน

– มีราคาแพง หาเติมได้ยากกว่าลมยางธรรมดา เพราะมีจุดบริการน้อย แถมในการเติมแต่ละครั้งจะมีค่าบริการเพิ่มเข้ามาด้วย
– ถ้าหากต้องการเติมลมไนโตรเจน ต้องทำการปล่อยลมธรรมดาในล้อออกให้หมดก่อน ไม่เช่นนั้นถ้าเราเติมลมไนโตรเจนลงไปล้อที่มีลมยางธรรมดาอยู่นั้น ลมยางไนโตรเจนใหม่ที่เราเติมเข้าไปก็จะแปรสภาพกลายเป็นลมยางธรรมดาในทันที